ลัดฟ้าสู่ JAPAN 10-14 Jan 2009

posted on 23 Jan 2009 17:15 by bongkojkate

เรื่องเล่าวันนี้กับฟ้าใส (ファーサイ)

written by:  ボンコットケート

     

       จำได้ว่าตอนเด็กชอบดูหนังญี่ปุ่นค่ะ ตั้งแต่โดเรมอน อาราเร่ หรือภาพยนต์ญี่ปุ่นนักวอลเล่ย์ที่แสนจะเก่งอย่าง จุง โคชิกะ  หรือเรื่องอื่นๆ สนุกม๊ากมาก  เล่นเอาติดหนังญี่ปุ่นงอมแงม  ถึงกลับเลิกเรียนต้องรีบวิ่งแจ้นกลับมาเฝ้าหน้าจอเพื่อรอดู   มาถึงทุกวันนี้ก็ยังติดหนังญึ่ปุ่น อยู่ค่ะ  ส่วนใหญ่จะชอบแนว Drama ค่ะ  Drama ของญี่ปุ่นจะมีแนวคิดหรือ concept หนังที่ดีมากทีเดียว อย่างเช่น โตเกียว ทาวเวอร์หรืออย่าง ตอนนี้ ก็เห็นจะเป็นเรื่อง ทีมคุณหมอหัวใจแกร่ง ค่ะ ที่กำลังฉายทีวีไทย

                                                                  ทีมคุณหมอหัวใจแกร่ง - หนังที่ชื่นชอบค่ะ

เป็นละครสั้น ที่ชอบมาก คงเป็นเพราะ หนังญี่ปุ่นส่วนใหญ่ ดูแล้วสร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเองค่ะ อยากทำสิ่งดีๆ ทำเพื่อให้คนรอบข้างหรือคนอื่นมีความสุขค่ะ  ไม่ใช่ทำเพื่อตนเองอย่างเดียวค่ะ ได้ความรู้สึกที่ดี และสอดแทรกไปด้วยความรู้ หรือแง่คิดที่ดีมากมาย ซึ่งหนังไทยไม่ค่อยทำสักเท่าไหร่ เฮ้อ!   อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้อยากไปเที่ยว  เห็นจะเป็นอาหารญี่ปุ่น ซูชิ ราเมง   อูด้ง ชาบูชาบู ข้าวหน้าปลาไหล ทาโกะยากิ   และที่ชอบสุดๆ เห็นจะเป็นอากาศที่เย็นสบาย ชิว ชิว บวกกับทิวทัศน์ที่สวยงาม หนุ่มหล่อ สาวสวย อาโนเนะ และเทคโนโลยีที่ทันสมัยสุดๆ ไม่มีใครเกินที่นี่ค่ะ 

 ลัดฟ้าสู่ JAPAN                                                              10-14 Jan 2009

       ลัดฟ้าไปญึ่ปุ่นคร้งนี้เป็นครั้งที่  2 ค่ะ  ไปเพื่อดูงานทัศนศึกษาพร้อมกับ Sightseeing ไปด้วยล่ะค่ะ  มี      ไกด์พาไปค่ะ  เลยไม่ต้องเตรียมตัวสักเท่าไร  สิ่งที่จะต้องเตรียมเห็นจะเป็นความพร้อมในเรื่องสุขภาพ ซึ่งตัวเองดูเหมือนจะไม่พร้อมสักเท่าไหร่ เพราะต้องเผชิญกับไข้หวัดที่หนักเอาการก่อนช่วงจะเดินทางเป็นอาทิตย์แล้ว  ไอตลอดทั้งคืน ทำเอาไม่ได้นอนมาหลายวัน  พอใกล้ถึงวันเดินทางก็อดพะว้าพะวงกลัวจะไปไม่ได้เพราะว่าหายไม่ทัน  ว่าแล้วก็ต้องเร่งสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเองซะหน่อย รีบเข้านอนแต่หัวค่ำ  เพื่อความหวังที่คิดว่าจะได้ฟื้นไข้ได้ทัน  แต่ก็ยังไม่วายอรุณรุ่งวันใหม่ เจ้าวายร้าย ยังคงติดตามฉันมา  ด้วยความคิดที่ว่า ยังไงวันนี้ต้องหายไข้และรู้สึกดีขึ้นให้ได้นะ เพราะตอนเย็นวันนี้ก็จะต้องออกเดินทางแล้ว  เลยตัดสินใจไปหาหมอดีกว่า  คราวนี้ขอให้พี่หมอช่วยจัดยาชั้นดี (ไฮโซ) ให้ค่ะ เอาแบบชนิดกินแล้วหายด่วนที่สุดค่ะ พอตกบ่าย ก็เริ่มรู้สึกดีขึ้นมาหน่อยค่ะ เลยตัดสินใจหอบสังขารตัวเองลัดฟ้าไปญี่ปุ่นค่ะ

Day #1 – Sat, 10 Jan 09 (Bangkok- Tokyo) 

ลัดฟ้าสู่ แดนอาทิตย์อุทัย

      และแล้วก็ถึงวันเดินทางซะที  ดีนะที่เมื่อคืนได้นอนบ้าง ก็เลยพอจะมีภูมิคุ้มกันขึ้นมาบ้าง   เดินทางมาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4   ประมาณสองทุ่มเห็นจะได้ค่ะ ผ่านเช็คอินเข้าไป มุ่งหน้าตรงไปที่ Duty Free  ขอซื้อน้ำหอม Cavin Klien (Euphoria) ให้หวานใจซะหน่อย  และก็ Christain Dior (Tendre Poison)  ขวดนี้เราเอาไว้ใช้เองค่ะ  หลังจากเตร็ดเตร่ที่ร้าน Duty Free จนเค๊าประกาศ Final Call หลายรอบ  พวกเราก็ยังไม่รู้เรื่องกัน มารู้อีกที ก็สวมวิญญานวิ่งสู้ฟัด เพื่อขึ้นเครื่องให้ทันกันเลยหละค่ะ  แล้วเราก็เดินทางสู่ Narita Airport, Japan ด้วย TG640    เราได้ที่นั่งที่แยกกลับเพื่อนๆ เลย ค่ะ ไปนั่งใกล้กลับคนที่เค๊ามาเป็นคู่ๆ  น่าอิจฉาจัง  มาคนเดียวเปล่าเปลี่ยวหัวใจ จังค่ะ 

 

Day #2 – Sun, 11 Jan นาริตะ-วัดโคโตกุอิน-หุบเขาโอวาคุดานิ – ทะเลสาบอาชิ-ฟูจิเทน สโนรีสอร์ท 

 

        ถึง  Narita Airport ประมาณ 06.30 ต่ะ    ออกจาก Narita เดินทางสู่วัดโคโตกุอินที่มีพระใหญ่เรียกว่า             “Dai butsu”  เค๊าว่ากันว่าวัดนี้ศักดิ์สิทธิ์มากค่ะ เมื่อครั้งที่ญี่ปุ่นเกิดสินามิ  พระพุทธรูปองค์นี้ไม่เป็นไรเลย  จึงทำให้คนญี่ปุ่นจึงเลื่อมใสในความศักดิ์สิทธิ์  อีกอย่างเมื่อมาวัดญึ่ปุ่นแล้ว ลืมไปไปเสียไม่ได้ เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม คนญี่ปุ่นมีความเชื่อว่าการ เอามือปัดเป่าให้ควันธูปขาหาตัว จะช่วยปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บให้หมดไปค่ะ  และคนญึ่ปุนนิยมโยนเหรียญ 5 yen พร้อมกับตบมือสองครั้ง เพื่อให้เกิดเสียงดัง เสมือนให้เทพรับรู้  แล้วจะทำให้มีวาสนาสูงส่ง จ๊ะ 

 

               "Daibutsu"                                                  "ของที่ระลึกที่เป็นรูปพระ สีสันสดใส และมีขนมที่เป็นรูปพระ "

 

                   หลังจากนั้นเราก็เดินทางสู่ หุบเขาโอวาคุดานิ   เมื่อมาถึงหุบเขา รู้สึกดีขึ้นมาทันตาเห็น มองไปรอบๆ เจอหิมะขาวโพนไปหมด  ได้บรรยากาศญึ่ปุ่นๆค่ะ สวยจัง  อากาศเย็นสบาย อย่างน้อยๆ เหยียบ 0 องศาเซลเซียส เห็นจะได้ค่ะ  เรา พี่ตูน น้องปุ่ย  เดินขึ้นหุบเขา ไปพร้อมกัน สองข้างทางที่เต็มไปด้วยหิมะและไอที่ครุกครุ่นที่ลอยล่องอยู่บนอากาศ จากบ่อกำมะถันเดือดอยู่ตลอดเวลา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 หันไปก็เจอยูกิ ไม่ใช่น้องยูกิ แต่เป็นหิมะที่ตกโปรยปราย ดูเหมือนเสื้อ 3 ชั้นจะเอาไม่อยู่ซะแล้วซิ 

 

 

   

            ถ้ามาถึงโอวาคุดานิ อดไม่ได้ค่ะที่จะต้องชิมไข่ดำ ที่ต้มในบ่อน้ำแร่ที่ต้มไข่ให้สุก อันเลื่องชื่อของที่นี่    ชาวญี่ปุ่นเชื่อกันว่าจะมีอายุยืนไปอีก 7 ปีแน่ๆ  ว่าแล้วเรากับ พี่อ๊อด พี่ตูน น้องสุ น้องปุ้ย ก็ลองชิมดูค่ะ  รสชาติก็เหมือนไข่ต้มธรรมดานี่หละค่ะ ไม่มีอะไรพิศดาร 

 

หลังจากนั้นเราก็ล่องทะเลสาบอาชิ  “Lake Ashi”  

 

                                                                       Lake Ashi

 

 

                                                                          มองเห็น Fuji San ด้วยค่ะ

 

 

 

   กลับมาพักที่โรงแรม  Fuji Noboukaen Hotel 4.5* ค่ะ   เราและเพื่อนๆ แปลงโฉมตัวเอง ใส่ชุดยูกาตะ                   ลงมาทานบุปเฟ่ห์ ปูอลาสก้า เสต็กเนื้อนาๆ ชนิด กินอาหารนาๆชาติของญี่ปุ่น  

 

 

 

 

นักร้องฟิลิปปินส์ เดินวนแต่ละโต๊ะ เพื่อให้แขกที่ทานอาหารอยู่ ขอเพลงที่ตนชอบ

โต๊ะเราขอเพลง "Hero"  แล้วเธอก็ร้องบรรเลงเพลง อันไพเราะให้พวกเราฟัง  เสียงเพราะมากๆเลยค่ะ

 

 

 เราได้ยินมาว่าโรงแรมนี้มีการอาบน้ำแร่ Onzen  ซึ่งเป็นการอาบน้ำแร่แบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นค่ะ  เรากับเพื่อนๆ ได้อาบน้ำแร่แบบนี้ด้วยค่ะ จากเป็นไข้ เลยเป็นหนักกว่าเดิม เอ้อไม่ใช่ ดีขี้นมาทันตาเห็น สบายตัว ตัวเบาจัง... ส่วนเรื่องเทคนิคการอาบน้ำแร่แบบ Onzen จะนำมาเล่าสู่กันฟังทีหลังค่ะ  

 

จบตอนที่1 โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ 

 

 

 

 

 

edit @ 27 Jan 2009 08:50:04 by Fahsai

edit @ 29 Jan 2009 21:56:19 by Fahsai

Comment

Comment:

Tweet

รออ่านตอนถัดไปอยู่น้า....อิจฉา อิจฉา อิจฉา

#7 By ปุ้ยเองจ้า (203.170.144.1) on 2009-02-10 14:18

(หลายวันผ่านไป)



เราจะเอาตอนสอง ตอนสอง..

confused smile

#6 By แอ้ on 2009-02-05 12:09

ดูไฮโซม้ากมากค่ะพี่ฟ้า..
ญี่ปุ่นนี่สวยเนอะ.. ดูแล้วเหมือนสารคดีเลย..
สุดยอดๆ..

surprised smile

#5 By แอ้ on 2009-01-27 08:49

ว้าว ว้าว ว้าว ว้าว

พี่ฟ้า สุดยอดค่ะ รอตอนต่อไปอยู่นะค่ะ

#4 By yano on 2009-01-26 11:58

55 คลอดจนได้นะคะพีฟ้า ไว้จะรอติดตามตอนต่อไป เอารูปมาโชว์เยอะๆ นะคะ

#3 By คนใน on 2009-01-26 10:58

เขียนได้กุ๊กกิ๊กจังนะจ๊ะbig smile

#2 By RP (124.121.43.47) on 2009-01-25 22:50

โดยส่วนตัวไม่ค่อยได้ดูซีรีย์ญี่ปุ่นเท่าไหร่เลยค่ะ แต่จากไม่กี่เรื่องที่ดูแล้วทำให้รู้สึกมีกำลังใจในการใช้ชีวิตดีนะคะ แบบว่า เป้าหมายของเรา เราต้องทำมันให้ได้ !! อะไรแบบนั้นน่ะค่ะ

#1 By ยัยโรคจิต on 2009-01-24 03:25